สวัสดีคับ
วันนี้ก็ตามชื่อเรื่องเลย
เป็นตอนพิเศษที่จั้มป์เอามาลงเพื่อโปรโมต
เดอะ มูฟวี่ ที่ใกล้จะฉายในญี่ปุ่น
ส่วนในไทยได้ยินว่าน่าจะซัก
ครึ่งปีหน้า( T^T อยากดูแล้วง่ะ )
เนื้อหาในตอนก็เกี่ยวกับประวัติของฮิทสึกายะ
ตอนก่อนหน้าที่จะเข้าโรงเรียนยมทูต
ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีประวัติโผล่มาแพลมๆอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้จะมาเป้นการเจาะลึกกันล่ะ ฮิท
สึกายะมีความเป้นมายังไง เจอกับฮินาโมริยังไง
เจอกับมัติสึโมโต้ที่ไหน
ตลอดจน...สิ่งที่หลายคนอาจอยากจะเห็น
.....ร่างวิญญาณอวตาร(แบบของซันเงสึ และซาบิมารุ) ของมังกรน้ำแข็งเฮียวรินมารุ
ในชื่อตอน
" Hyougen ni Shisu ฝังกายในทุ่งน้ำแข็ง "
เปิดตอนมาที่ภาพทุ่งรกร้างกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา มีเพียงแผ่นฟ้าหม่นหมองและผืนดินเย็นยะเยือกที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็งเท่านั้น "ข้าฝันเห็นทุ่งน้ำแข็ง" เสียงแหลมเล็กอย่างเด็กชายที่เสียงยังไม่ทันแตกดังขึ้นเงียบๆ "ข้าได้ยินเสียง เสียงสะท้อนกลับไปกลับมา ราวกับจะบดขยี้ให้แหลกเละ ราวกับจะโอบล้อมเข้ามาทุกด้าน ราวกับเสียงสายฟ้าคำรณจากที่ห่างไกล"
ชั่วขณะที่โมโนล็อกในความฝันดำเนินไปนั้นเอง...
"อรุณสวัสดิ์จ้ะ ชิโร่จัง" เสียงเจื้อยแจ้วอย่างเด็กสาวที่กำลังดีใจเต็มที่ เรียกให้เด็กชายผมขาวที่นอนอยู่บนฟูกเปิดเปลือกตาขึ้น เผยให้เห็นดวงตาสีเขียวอมฟ้าลึกล้ำเหมือนมหาสมุทร เขากลอกตาเลื่อนขึ้น จ้องมองผู้มารบกวนการนอนตื่นสายยามเช้าด้วยสายตาแสดงความรำคาญอย่างไม่ปิดบัง
เหนือใบหน้าของเด็กชายที่นอนอยู่นั้น ร่างบอบบางของเด็กสาวผูกแกละสองข้างในชุดนักเรียนยมทูตกำลังก้มลงมาหาเขาจนใบหน้าของทั้งสองแทบจะชิดกัน รอยยิ้มสดใสแต้มด้วยพวงแก้มสีชมพูเรื่ออย่างเด็กสาวๆ ยิ่งช่วยขับให้แม่หนูดูน่ารักขึ้นไปอีก
มันควรจะเป็นภาพในฝันของชายหนุ่มวัยรุ่นสักคนที่จะมีสาวๆ น่ารักที่เป็นเพื่อนข้างบ้านเข้ามาปลุกถึงในห้องนอน แต่เจ้าหนูผมขาวของเรากลับไม่คิดอย่างนั้น เขาขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ขณะแค่นเสียงใส่อีกฝ่าย "ชิดไปแล้วเฟ้ย"
"เอ้าๆ" แม่หนูตอบกลับ ท่าทางไม่ใส่ใจกับกิริยาแสดงความรำคาญของเจ้าหนูซักนิด "รีบไปกินข้าวเช้าเถอะ! เดี๋ยวข้าก็สายตั้งแต่เปิดเรียนวันแรกหรอก!" พูดจบ แม่หนูในชุดยมทูตก็ยันตัวขึ้นยืน แล้ววิ่งออกจากห้องไปในทันที "ข้าไปทักทายอาจังที่อยู่ข้างบ้านด้วยดีกว่า!"
หลังแม่หนูออกไปแล้ว เด็กชายผมขาวก็นั่งนิ่ง จ้องมองบานประตูที่แม่หนูเพิ่งจะแล่นออกไปเมื่อตะกี้ไม่วางตา ใบหน้ายังเจืออาการงัวเงียปนรำคาญอยู่ แต่แววตานั้นอ่อนลงอย่างมากมากมาย
เขาบิดขี้เกียจทีหนึ่ง แล้วขยับร่างลุกออกจากฟูกพร้อมแค่นเสียงบ่นอย่างเซ็งๆ
"น่าเบื่อชะมัด"
----------------------------------------------------------------------------------------------
ตัดฉากไปยังหน้าประตูสู่เซย์เรย์เทย์ ฮิซึกายะกับยายมาส่งฮินาโมริไปสถาบันวิชาวิญญาณชินโอเป็นวันแรก
"ไม่ต้องกลับมาอีกเล้ย ยัยโมโมะฉี่รดที่นอน" เสียงยานคางของเจ้าหนุ่มหัวขาวดังไล่หลังแม่หนูผมแกละที่กำลังวิ่งห่างออกไป ขณะที่เจ้าตัวคนถูกว่ากลับไม่แสดงอาการเกรี้ยวกราดอะไรซักนิด กลับหันมาโบกมือบ๊ายบายให้อย่างร่าเริง
"พูดแบบนั้นจะดีรึจ๊ะ" หญิงชราร่างท้วมที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้าหนูถาม "จะไม่ได้เจอกับเด็กคนนั้นอีกพักใหญ่แท้ๆ..."
"ไม่เห็นเป็นไรนี่นา" เจ้าหนูว่าพลางยักไหล่ "วันหยุดเมื่อไหร่ก็เห็นมาทุกที เพราะงั้นเดี๋ยวเดียวก็กลับมาแล้วละน่า"
ตอนนั้นเองที่ฮิซึกายะสังเกตเห็นว่ามีคนอื่นยืนอยู่แถวนั้นด้วย เขาหันไปมอง พบกับร่างในชุดกิโมโนแบบชาวบ้านของเด็กวัยรุ่นชายหญิง 2 คนยืนอยู่ตรงนั้นด้วยอาการกล้าๆ กลัวๆ ซึ่งเมื่อ 2 คนนั้นรู้ตัวว่าฮิซึกายะกำลังมองตนอยู่ ก็ผินหน้าหลบสายตามองไปทางอื่น แล้วเดินตัวลีบจากไปในทันที ด้วยกิริยาราวกับเดินดุ่มๆ มาปะเสือเอากลางทางด่านก็ไม่ปาน
"ทัตสึคิจิกับอายูมิที่อยู่บ้านข้างๆ เพื่อนของฮินาโมริ" ฮิซึกายะคิดในใจ "เจ้าพวกนั้นกลัวข้า ก็ไม่ได้ทำอะไรหรอกนะ แค่รู้ว่าเจ้าพวกนั้นกลัวข้า มันก็เท่านั้น เหมือนๆ กับทุกคนที่อยู่ที่นี่"
"เมืองลูคอนตะวันตกเขตที่ 1 'จุนรินอัน' ที่นี่คนที่ไม่กลัวข้าก็มีแต่ฮินาโมริกับยายแค่ 2 คนเท่านั้น" บทโมโนล็อกเยือกเย็นแต่หงอยเหงายังคงดำเนินต่อไป "ทั้งเรือนผมสีเงิน ทั้งดวงตาสีฟ้าอมเขียว ทั้งกิริยาเย็นชานี่ พวกนั้นต่างพูดกันว่า "ราวกับน้ำแข็ง" "
"แต่ยายไม่เคยพูดแบบนั้นเลยซักครั้ง" มุมปากของเจ้าหนูผุดรอยยิ้มน้อยๆ ขณะปรายตามองใบหน้าอบอุ่นใจดีของหญิงชรา "เพราะงั้นข้าถึงรักยาย"
--------------------------------------------------------------------------------------
ตัดฉากมายังเวลา 5 ปีผ่านไปหลังจากฮินาโมริเข้าเรียนในสถาบันวิญญาณชินโอ ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เข้ามาเยือนทุกคนอย่างช้าๆ ไม่ว่าจะเป็นฮิซึกายะที่บัดนี้เริ่มตัวสูงดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น 2 แกละของฮินาโมริที่เริ่มยาวขึ้น (รวมทั้งจำนวนวันที่แวะมาหาพวกฮิซึกายะที่บ้านเกิดก็ลดลงไปด้วย) และคุณยายของฮิซึกายะ... ที่ผ่ายผอมซูบเซียวลงจากเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด
"...โทชิโร่" ผู้เป็นยายขยับปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง
"ข้าจะไปซื้อนัตโตหวานมานะยาย" เสียงห้าวเหมือนเด็กหนุ่มที่เสียงเพิ่งจะเริ่มแตกของฮิซึกายะดังแทรกขึ้นเสียก่อน ส่งผลให้หญิงชราชะงักคำพูดของตนลง เปลี่ยนเป็นนิ่งเงียบ มองหลานชายวิ่งออกจากบ้านไป
ฮิซึกายะตรงไปยังแผงขายนัตโตหวานใกล้ๆ เขตนั้น คนขายยอมขายให้เขาแต่โดยดีก็จริง แต่ทว่า...
"เงินทอน 3 คัง*" ชายคนขายเอ่ยปากห้วนๆ พร้อมวางเงินทอนกึกลงตรงหน้าของฮิซึกายะ ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายก็ยื่นมือไปทำท่าจะรับให้เห็น ไม่สนใจจะส่งเงินทอนให้แบบมือต่อมือตามมารยาทที่ดี หนำซ้ำเมื่อวางเงินทอนแล้วรีบชักมือกลับทันที ราวกับรังเกียจที่จะสัมผัสร่างกายของ "ไอ้เด็กปีศาจน้ำแข็ง" คนนี้ยังไงยังงั้น
ฮิซึกายะชะงักไปชั่วขณะ เหลือบมองเศษเหรียญที่วางอยู่บนโต๊ะใส่นัตโตเบื้องหน้าด้วยแววตาชินชาราวกับจะคาดเดาได้แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้ ก่อนจะลดมือที่ยื่นไปจะรับเงินทอนลง หยิบเงินทอนบนโต๊ะ แล้วขยับจะจากไปทันที
ไม่ทันที่เจ้าหนูจะหันตัวกลับ...
"เดี๋ยวก่อน! ส่งเงินทอนคืนให้ลูกค้าแบบนั้นได้ไงยะ!!" เสียงแผดแปดหลอดอย่างผู้หญิงสาวที่กำลังโกรธจัดดังขึ้นทางด้านหลังของฮิซึกายะ เรียกให้เจ้าหนูผมขาวหันไปมอง... เพียงเพื่อจะโดนบิ๊กมิลค์ไซส์จัมโบ้ของอีกฝ่ายกระแทกเข้าเต็มหน้าจนเซปัดๆ หัวฟาดขอบโต๊ะเลือดกำเดากระฉูด
หญิงสาวผู้นั้นเป็นหญิงสาวอายุประมาณยี่สิบต้นๆ ผมสีน้ำตาลอ่อนยาวเคลียต้นคอ ใบหน้าเรียวดูคมเข้มเขม็งแน่นด้วยอารมณ์โกรธที่ปะทุอยู่ภายใน ชุดฮากามะสีดำสนิทกับดาบฟันวิญญาณที่ห้อยอยู่ที่เอวซ้ายบอกได้อย่างดีว่าเจ้าหล่อนนั้นเป็นยมทูต หาใช่วิญญาณธรรมดาสามัญไม่
แต่จุดเด่นที่สุดบนเรือนร่างของเจ้าหล่อนนั้นไม่ใช่ใบหน้างดงามเหมือนรูปสลับ ไม่ใช่ทั้งชุดฮากามะกับดาบฟันวิญญาณที่บอกสถานะของเจ้าหล่อน แต่เป็นมะพร้าวคู่มโหฬารที่แทบระเบิดออกมาจากอกเสื้อฮากามะนั่นต่างหาก!!
ยมทูตหญิงเจ้าของไซส์ขนาดซุปเปอร์จัมโบ้เช่นนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก มัตสึโมโตะ รันงิคุ ผู้ที่ในอนาคต จะกลายเป็นผู้ช่วยของนายเหนือแห่งหน่วย 10 นั่นเอง!!
"เห็นอีกฝ่ายเป็นเด็กเลยคิดว่าจะทำยังไงก็ได้ใช่มั้ย" เสียงหญิงสาวลอยมาเข้าหูเด็กหนุ่ม "ไม่อยากจะเชื่อเล้ยว่าร้านนี้จะมารยาทแย่แบบนี้!!"
แหวเจ้าของแผงเสร็จ หญิงสาวผู้นั้นก็หันขวับกลับมาหาฮิซึกายะที่นั่งกุมหลังหัวอยู่บนพื้น คว้าคออีกฝ่ายยกขึ้นมาจนอยู่ระดับเดียวกับตนเอง แล้วส่งเสียงแหวใส่ "เจ้าเองก็จะร้องไห้ไปถึงไหนกัน!! เป็นผู้ชายก็หัดตอกกลับไปให้จั๋งหนับซี่!!"
"แล้วมันเพราะใครล่ะฟะ!?" ฮิซึกายะชักมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง "แล้วข้าก็ไม่ได้ร้องไห้ด้วย!! ปล่อยซีเฟ้ย!!!"
เจอเด็กย้อนเอาแบบนี้ยมทูตสาวก็ชักเลือดขึ้นหน้า ทำท่าจะสวนกลับ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร สัมผัสบางอย่างที่จับได้จากร่างของฮิซึกายะ ก็ทำให้รันงิคุต้องชะงักคำด่าที่เตรียมจะย้อนของตนในทันที
"บอกให้ปล่อยไงเล่า!" ฮิซึกายะตวาดซ้ำเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังจับคอเสื้อไม่เลิก เขาปัดมือของอีกฝ่ายจนหลุดจากการเกาะกุม แล้วฉวยโอกาสที่ยมทูตสาวกำลังเผลอ วิ่งจากมาทันที
ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนทำสีหน้าตกตะลึงตาค้างอยู่เบื้องหลัง
คืนนั้น ฮิซึกายะฝันถึงความฝันเดิมอีกครั้ง
หากครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงท้องฟ้าหม่นหมองและทุ่งน้ำแข็งโดดเดี่ยว แต่กลับปรากฎสิ่งอื่นที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่านั้น
ศีรษะของ "เจ้าสิ่งนั้น" คือศีรษะของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่มีเขาลักษณะคล้ายเขากวาง ปากยื่นยาวเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม ลำตัวสีขาวปลอดเป็นลำยาวคล้ายลำตัวของอสรพิษขนาดยักษ์ กลางลำตัวยาวเฟื้อยนั้นมีปีกสีขาวขนาดใหญ่ดุจปีกค้างคาวกางแผ่ออกจนกว้าง บดบังทิวทัศน์ทางด้านหลังจนหมดสิ้น
มังกร... สิ่งที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้าของเขาในยามนี้คือมังกรไม่ผิดแน่ หากผิดกันที่มังกรตนนี้ไม่ได้ประกอบขึ้นจากกระดูก เกล็ดแข็งและเลือดเนื้อเช่นที่มังกรธรรมดาควรเป็น แต่กลับประกอบขึ้นจากผลึกน้ำแข็งทั้งตัว!!!
สายลมที่นิ่งเฉยมาตลอดกลับพัดโหมกลายเป็นพายุเกรี้ยวกราดทันทีที่มังกรตัวนั้นปรากฎกายขึ้น สายลมหนาวเหน็บจนปวดกระดูกพัดโหมต้องกายของเด็กหนุ่มอย่างไม่ปราณีปราศรัย
"เจ้าหนู!!" มังกรตนนั้นคำรามด้วยเสียงอันดังราวกับฟ้าผ่า "เจ้าคือเจ้า..."
หากคำพูดท่อนท้ายกลับถูกเสียงลมกลบไปจนไม่อาจได้ยิน
"ว่าไงนะ!?" ฮิซึกายะพยายามตะโกนถามแข่งกับเสียงลม "ฟังไม่ได้ยินเลย!!"
"ชื่อของข้า..." มังกรยักษ์คำรามอีกครั้ง หากเสียงคำรามท่อนท้ายกลับถูกกลืนหายไปในเสียงหวีดหวิวของสายลมอีกเช่นเคย
----------------------------------------------------------------------
เปลือกตาของเด็กหนุ่มกะพริบถี่ๆ ก่อนจะเบิกโพลงขึ้นด้วยอาการขวัญหาย เหงื่อเม็ดโป้งๆ ผุดซึมทั่วใบหน้า ลมหายใจปั่นป่วนอย่างช่วยไม่ได้ ขณะที่สมองวาดภาพความฝันน่าตื่นตะลึงที่เพิ่งเห็นมาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน
"งาย!" เสียงทักทายคุ้นหูเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาเหลือบตาขึ้นมอง พบกับร่างของยมทูตสาวที่พบกันหน้าแผงขายนัตโตหวานเมื่อตอนกลางวันยืนค้ำอยู่เหนือหัว แววตาของเด็กหนุ่มเปล่งประกายตกใจวาบ ขยับลุกขึ้นนั่ง จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาระแวดระวัง "เจ้า เมื่อตอนกลางวัน..."
"หัดปิดพลังกดดันวิญญาณก่อนนอนจะดีกว่านะ" อีกฝ่ายกลับเอ่ยแย้มยิ้ม ก่อนจะผินหน้าไปทางด้านข้าง "คุณยายแกหนาวจะตายอยู่แล้วไม่เห็นรึไง"
คำพูดของยมทูตสาวเรียกให้เด็กหนุ่มเลื่อนสายตาไปมองยายผู้นอนอยู่ในทันที
จริงอย่างที่ยมทูตสาวพูด ร่างผอมแกร็นของหญิงชราในยามนี้สั่นพั่บๆ เหมือนลูกนกตกน้ำตอนหน้าหนาวไม่มีผิด ทั้งๆ ที่ห่อตัวด้วยฟูกหนานุ่มสำหรับกันความหนาว ภาพผู้เป็นยายตัวสั่นอยู่ในผ้าห่มทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่ ทำเอาเด็กชายผมขาวถึงกับนั่งเซ่อ พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
"...เจ้าหนู" ยมทูตสาวพูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมขึ้น รอยยิ้มอารมณ์ดีหายไปจากใบหน้าแล้วเปลี่ยนเป็นขมวดคิ้วอย่างจริงจัง "เจ้าน่ะไปเป็นยมทูตซะเถอะ"
คำพูดกะทันหันของอีกฝ่ายจู่โจมฮิซึกายะอย่างไม่ทันตั้งตัวจนสะดุ้งเฮือก หลุดปากร้องออกมาได้แค่คำเดียวอย่างตื่นตะลึง "หา..."
"เด็กที่พลังแข็งแกร่งอย่างเจ้าน่ะ ต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังของตัวเองไว้" ยมทูตสาวอธิบาย "ขอเตือนไว้ก่อนเลยนะ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปละก็ ซักวันเจ้าจะต้องฆ่าคุณยายคนนี้เพราะพลังของตัวเองแน่ๆ"
"พูดอะไรของ..." คำประท้วงยังไม่ทันเอ่ยจบ ปลายนิ้วเรียวยาวของรันงิคุก็ยื่นออกไปสัมผัสตรงหัวใจของเด็กหนุ่มผมขาว ก่อนจะถามขึ้น
"ได้ยินเสียงใช่มั้ยล่ะ?" คำพูดของยมทูตสาวจี้ใจดำของเจ้าหนูอย่างจังจนพูดอะไรไม่ออกไปอีกหน ได้แต่ฟังอีกฝ่ายอธิบายต่อไป "หากค้นหาที่มาของเสียงนั้นพบ เจ้าก็จะสามารถควบคุมพลังได้ นั่นละคือการ 'เป็นยมทูต' ละ"
หญิงสาวเว้นระยะชั่วครู่หนึ่งเพื่อดูปฏิกิริยาของเด็กหนุ่ม ก่อนจะพูดย้ำเสียงหนัก
"...ข้าจะพูดอีกครั้งเดียวเท่านั้นนะ เจ้าหนู"
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
เช้าวันรุ่งขึ้น ฮิซึกายะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ผู้เป็นยายฟัง พร้อมกับก้มหัวขอร้องให้ยายยอมอนุญาตให้เขาไปเรียนที่สถานบันวิญญาณชินโอเพื่อเป็นยมทูต
เด็กชายนั่งคุกเข่านิ่ง รอฟังคำตอบของยายด้วยทีท่าสงบ แต่ในใจกลับร้อนประหนึ่งถูกจับย่างบนเปลวไฟ ยายมีเขาเป็นหลานเพียงคนเดียว ไม่มีลูกหรือหลานคนอื่นอยู่ด้วยกันอีก หากเขาออกจากบ้านไป ก็เท่ากับว่ายายต้องใช้ชีวิตในบั้นปลายต่อไปอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย โดยไม่มีใครคอยดูแลจนวาระสุดท้ายของชีวิต
นานเป็นครู่ กว่าหญิงชราจะเอ่ยปากในที่สุด
"...งี้เองรึ" น้ำเสียงของหล่อนไม่มีวี่แววตกใจหรือประหลาดใจหรือโกรธแม้แต่น้อย "ก็ไปสิจ๊ะ"
คำตอบของผู้เป็นยายทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับอึ้ง ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหน้ายายอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
"หลานอดทนมาตลอดเลยใช่มั้ยล่ะ" หญิงชราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เพราะคิดว่ายายจะต้องเหงาถ้าอยู่คนเดียว หลานนึกถึงความรู้สึกยายก็เลยยอมอดทนกับอะไรหลายๆ อย่าง..."
หล่อนเว้นระยะเล็กน้อยเหมือนจะรวบรวมกำลังของตน ก่อนจะเอ่ยปากต่อไป "แต่ว่านะจ๊ะ... แบบนั้นต่างหากล่ะ ที่ยายจะเสียใจมากที่สุดรู้มั้ย"
ความอบอุ่นจากน้ำเสียงของผู้เป็นยาย กระตุ้นทั้งความรู้สึกตื้นตัน ปีติ เศร้าโศก และโหยหาในใจของเด็กหนุ่มผมขาวให้ปะทุขึ้นมาพร้อมกัน
เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เขาอยากจะร้องไห้...
เขาก้มหน้าลงซ่อนดวงตาที่เริ่มชื้นด้วยหยดน้ำตา สองมือบีบหัวเข่าแน่น พยายามเต็มที่ที่จะบังคับสองไหล่ไม่ให้สั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ ริมฝีปากเม้มแน่นกลั้นสะอื้น ก่อนจะปล่อยให้มือของผู้เป็นยายเป็นฝ่ายปลอบประโลมดวงใจอันปวดร้าวให้คลายลงในที่สุด
---------------------------------------------------------------------------------------------
ณ ท้องทุ่งรกร้างกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำแข็ง
เสียงพึมพำแผ่วเบา แต่หนักแน่นของเด็กหนุ่มในชุดสีดำสนิทคนหนึ่งดังสะท้อนไปทั่วราวกับกำลังสวดภาวนา
"ข้าได้ยินเสียง
เสียงคำรณจากที่ห่างไกล จากที่ใกล้ๆ
ข้าตัดสินใจแล้ว ว่าจะตามที่มาของเสียงนั้นไป
แม้จะต้องฝังกายไว้ท่ามกลางทุ่งน้ำแข็งแห่งนี้ก็ตาม"
สายลมเย็นยะเยือกพัดต้องร่างเด็กหนุ่ม ก่อนที่สองขาจะพาร่างอันโดดเดี่ยว จมหายไปท่ามกลางความเวิ้งว้างของทุ่งน้ำแข็งกว้างใหญ่นั้น
Credit : ท่าน Drake แห่ง Pantip
http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A6127469/A6127469.html
http://www.bleach4th.com/board/viewtopic.php?t=3204&postdays=0&postorder=asc&start=0
ลิ้งค์สปอยแบบมังงะสำเร็จรูปนะคับ
แต่เนื่องจาก ต้องเป็นสมาชิกของบอร์ดก่อนนะฮับ ถึงจะอ่านได้
ก็อ่านแบบท่านเดรกไปก่อนนะฮับ
ปล. อ่านตอนนี้แล้วรักลูกสิงห์น้อยขึ้นไปอีก
เด็กอะไรน่ารักได้น่ารักดีแบบนี้
ไว้เจอกันใหม่นะคับ
ปล.2 แอบสงสารเคนจังไม่ได้ออกโรงซักกะที